ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก มิถุนายน, 2009

ปี่เซี๊ยะแห่งหอชัยกรุงปักกิ่ง

ปี่เซี๊ยะ

เป็นยอดเครื่องรางที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้พญามังกร และมีพลังแรงกว่าสิงโตคู่ ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธ์ของจีน ใครมีไว้บูชาจะทำให้มีแต่โชคลาภ ทรัพย์มีแต่เข้าไม่มีออก ขณะเดียวกันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยขจัดอาถรรพณ์ ภูตผีปีศาจ และป้องกันสิ่งชั่วร้าย ไม่มีรูทวารจึงกินอย่างเดียว ไม่มีถ่ายออก อาหารหลัก คือ เงิน กับ ทอง เป็นเคล็ดลับวิชาหมายถึง เงินเข้าแล้วไม่มีออก ทรัพย์จึงเพิ่มพูนสถานเดียว

เรื่องราวของ “ปี่เซี๊ยะ” สัตว์ในบันทึกโบราณ เป็นที่สนใจอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ปี่เซียะมีชื่อเรียกหลายชื่อ ภาษาจีนกลางเรียกว่า ปี่เซียะ ในสำเนียงแต้จิ๋ว คือ ผีซิ่ว ในสำเนียงกวางตุ้งคือ เผ่เย้า เป็นคำๆเดียวกัน แต่ออกเสียงต่างกันไปตามลักษณะท้องถิ่นของจีน นอกจากนั้นยังมีชื่อ เถาปก ผูปอ แต่ไกด์นำเที่ยวเรียกว่า ปี่เซียะ ตามภาษาจีนกลาง
แปลเป็นภาษาไทย คือ เครื่องราง ของขลังสำหรับป้องกันภัย ดังนั้นทุกอย่างที่เป็นเครื่องรางสำหรับป้องกันภัย ไม่ว่าจะเป็น ตะกรุดหรือผ้ายันต์กันภัยต่าง ๆ ตามความเชื่อแบบคนไทย ต่างถือเป็น “ปี่เซียะ” ชนิดหนึ่งเหมือนกัน

ปี่เซียะมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่เมืองเฉินตู มณฑลเสฉวน ประเทศจีน นับถือกันว่าเป็…

ราชวงศ์หมิงจากพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งของปักกิ่ง ตอน4จบ

ฉากที่ 21 กรณีสิ่งมืดมนต์ 3 อย่าง (Three Mysterious Cases)
จูฉางลั่ว (Zhu Changluo) โอรสองค์แรกของจักรพรรดิเสินจ้ง ครองราชย์ปี 1520 เฉลิมพระนามว่า กวงจง (Guangzong, 1580-1620) ซึ่งความปรารถนาของสนมเจิ้ง(Zheng) สนมเอกจักรพรรดิเสินจ้ง ต้องการให้โอรสจูจางซุน (Zhu Changxun) เป็นรัชทายาท
ในปี 1615 มีคนบ้าชื่อเจิ้งจา (Zheng Cha) ได้บุกเข้าพระราชวังด้านตะวันออกที่จักรพรรดิประทับอยู่ด้วยไม้เรียว นี่ก็เป็นกรณีของไม้เรียว
ในปี 1620 ที่จักรพรรดิกวงจง (Guangzong) ได้ขึ้นครองราชย์และใช้ชื่อรัชศกว่า ไท่ชาง (Taichang) สวรรคตหลังจากนั้น 1 เดือนหลังจากที่เสนาบดีกรมพิธีการนำยาเม็ดสีแดงถวายให้เสวย นี่คือกรณีของยาเม็ดสีแดง
จักรพรรดิกวงจง ถูกฝั่งที่สุสานชิงหลิงก่อนที่โอรสจักรพรรดิกวงจงที่ชื่อ จูโหยวจ้าว (Zhu Youxiao) ขึ้นครองราชย์ ขันทีลี่ (Li)ที่ดูแลจูโหยวจ้าวและเว่ยจ้งเสียน (Wei Zhongxian) ต้องการที่จะติดตามเข้าพระตำหนักเชียนชิง(Qianqing) เหล่าเสนาบดีได้คัดค้าน ดังนั้นจึงได้ย้ายไปยังตำหนักฮุ่ยหยวน(Huiluan) นี่ก็เป็นกรณีของการเปลี่ยนประราชตำหนัก
ทั้งสามกรณีนี้สะท้อนความขัดแย้งที่รุนแรงของราชสำนักราชวงศ์หมิง

ฉ…

ราชวงศ์หมิงจากพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งของปักกิ่ง ตอน3

ฉากที่ 13 ตำหนักใต้กลับคืนสู่อำนาจ (Return from the Southern Palace)
เดือนตุลาคม 1941 พวกมองโกลออยีแรตได้ส่งจักรพรรดิหยิงจงกลับสู่ปักกิ่ง ฮ่องเต้จัดพระราชวังด้านใต้เป็นที่ประทับอยู่ภายใต้จักรพรรดิไท่จง แต่แทนที่จะเสียลสะอำนาจ กลับรอโอกาสด้วยการสมคบกับชีเฮง(Shi Heng) และฉูยูเจิ้น(Xu Youzhen) จักรพรรดิไท่จงเกิดล้มป่วยหนักในเดือนกุมภาพันธ์ 1457 ฉีเหิง(Shi Heng)และฉางยี้ (Zhang Yue) ได้เปิดประตูเมืองด้วยการกระแทกของท่อนซุงขนาดใหญ่ เรียกว่า เหตุการณ์พายุทะลายประตู จักรพรรดิหยิงจงเสด็จพระราชสมภพอีกครั้ง ได้ฆ่าหยูเชียน(Yu Qian) ปลดจักรพรรดิเป็นตำแหน่งองค์ชาย สั่งรื้อสุสานที่ไท่จงสร้างไว้เพื่อตนเองเสีย เมื่อไท่จงตายได้นำไปฝังไว้ที่เขาด้านตะวันตกได้รับเกียรติในฐานะองค์ชาย ทรงครองราชย์ต่อมาอีก 8 ปีก็สวรรคตในปี 1464 พระศพถูกฝังไว้ที่สุสานหยุงหลิงของราชวงศ์หมิง

ฉากที่ 14 สนมจีกับโอรสจูยุ่ถัง (ตั้งชื่อเอง)
จูเจียนเซิน (Zhu Jianshen) โอรสจูยู่ถังได้เสด็จพระราชสมภพเป็นจักรพรรดิเสี้ยนจง(Xianzong, 1446-1487) ใช้นามรัชศกว่า เฉิงฮั่ว (Chenghua) เป็นเรื่องสนมจี(Ji)ที่ถูกนำมาจากมณฑลกวางสี เกิดตั้งครรภ์กับฮ…

ราชวงศ์หมิงจากพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งของปักกิ่ง ตอน 2

ฉากที่ 7 ยุคความรุ่งเรืองของหยงเล่อ (The Glorious age of Yongle) จักรพรรดิเฉิงสู่ (Chengzu) ไช้นามรัชศกว่า หยงเล่อ (Yongle) เป็นผู้ที่เข้มแข็งและเก่งกล้า ปรีชาสามารถ มีการตั้งที่ปรึกษาฮ่องเต้ มีการย้ายเมืองหลวงไปยังเป่ยผิง (Beiping) เพื่อการรณรงค์ต่อต้านพวกมองโกลทางเหนือ ด้วยการตั้งหน่วยงานดูแลทางเหนือและแนวชายแดน มีการส่งกองเรือที่ใหญ่ที่สุดของโลกไปยังมหาสมุทรอินเดีย ถึง 7 ครั้ง โดยการควบคุมบังคับการโดยเจิ้ง เหอ (Zheng He) เพื่อแสดงพลังอำนาจของจักรวรรดิ

ฉากที่ 8 ย้ายเมืองหลวงไปปักกิ่ง (The Capital Moves to Beijing)
ศัตรูสำคัญของราชวงศ์หมิงคือเผ่ามองโกล ที่ตั้งมั่นอยู่ในทะเลทรายทางตอนเหนือ เมืองหลวงนานจิงตั้งอยู่ห่างไกลขาดเอกภาพในการป้องกัน จักรพรรดิเฉิงสู่ตั้งชื่อรัชศกว่า หยงเล่อ และเปลี่ยนนามเมือง เป่ยผิง เป็นเป่ยจิง (Beijing) และตัดสินใจย้ายเมืองหลวงไปที่เป่ยจิง (ปักกิ่ง) ในปี 1406 การก่อสร้างพระราชวังเริ่มขึ้นในปี 1407 และเสร็จสิ้นในปี 1420 ใช้เวลารวม 13 ปี การก่อสร้างได้ขยายและเพิ่มเติมแบบอย่างที่มาจากราชวงศ์หยวนโบราณ มีการขุดคลองเสร็จสิ้นการขนส่งมีความปลอดภัยและราบเรียบดีแล้วจึงม…