วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ปี่เซี๊ยะแห่งหอชัยกรุงปักกิ่ง

ปี่เซี๊ยะ

เป็นยอดเครื่องรางที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้พญามังกร และมีพลังแรงกว่าสิงโตคู่ ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธ์ของจีน ใครมีไว้บูชาจะทำให้มีแต่โชคลาภ ทรัพย์มีแต่เข้าไม่มีออก ขณะเดียวกันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยขจัดอาถรรพณ์ ภูตผีปีศาจ และป้องกันสิ่งชั่วร้าย ไม่มีรูทวารจึงกินอย่างเดียว ไม่มีถ่ายออก อาหารหลัก คือ เงิน กับ ทอง เป็นเคล็ดลับวิชาหมายถึง เงินเข้าแล้วไม่มีออก ทรัพย์จึงเพิ่มพูนสถานเดียว

เรื่องราวของ “ปี่เซี๊ยะ” สัตว์ในบันทึกโบราณ เป็นที่สนใจอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ปี่เซียะมีชื่อเรียกหลายชื่อ ภาษาจีนกลางเรียกว่า ปี่เซียะ ในสำเนียงแต้จิ๋ว คือ ผีซิ่ว ในสำเนียงกวางตุ้งคือ เผ่เย้า เป็นคำๆเดียวกัน แต่ออกเสียงต่างกันไปตามลักษณะท้องถิ่นของจีน นอกจากนั้นยังมีชื่อ เถาปก ผูปอ แต่ไกด์นำเที่ยวเรียกว่า ปี่เซียะ ตามภาษาจีนกลาง
แปลเป็นภาษาไทย คือ เครื่องราง ของขลังสำหรับป้องกันภัย ดังนั้นทุกอย่างที่เป็นเครื่องรางสำหรับป้องกันภัย ไม่ว่าจะเป็น ตะกรุดหรือผ้ายันต์กันภัยต่าง ๆ ตามความเชื่อแบบคนไทย ต่างถือเป็น “ปี่เซียะ” ชนิดหนึ่งเหมือนกัน

ปี่เซียะมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่เมืองเฉินตู มณฑลเสฉวน ประเทศจีน นับถือกันว่าเป็นสัตว์ในเทพนิยายชั้นสูง ปี่เซี่ยมีมาตั้งสมัยโบราณนานเกินกว่า 5,000 ปีแล้ว
ผู้รู้ ด้านฮวงจุ้ย ที่เมืองจีนคนหนึ่งให้ข้อมูลว่า ที่จริงแล้วปี่เซี๊ยะเป็นสัตว์ที่มีตัวตนจริง ๆ คล้ายสุนัข แต่สูญพันธุ์ไปแล้ว กล่าวกันว่าในสมัยราชวงศ์ฮั่น (สมัยพระเจ้าฮั่นวู่ตี้ ราว ๆ ปี 140-87 ก่อนคริสต์กาล) ประเทศจีนได้มีการบุกเบิกเส้นทางสายไหม มีคณะทูตจากเปอร์เซีย นำรูปปั้นปี่เซี๊ยะมาถวายฮ่องเต้จีน และนำตัวปี่เซี๊ยะมาถวายให้กับฮ่องเต้จีนด้วย
ตัวปี่เซี๊ยะที่ว่ามีลักษณะคล้ายสุนัข ปราดเปรียวเหมือนสิงห์ และหน้าตาดุร้าย แต่มีความแปลกที่ว่า ปี่เซี๊ยะจะคอยปกป้องนายของตน และเชื่องต่อนายของตนเท่านั้น โดยจะดุร้ายสำหรับคนอื่นที่ไม่ใช่นายของตน ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ในสมัยฮั่น ได้มีการติดต่อทางการทูตกับเมืองบางเมืองแถบเปอร์เซียจริง และรูปร่างลักษณะของปี่เซี๊ยะ หากเปรียบเทียบดูจะคล้ายๆ กับรูปปั้นของสัตว์ในเทพนิยายของเปอร์เซีย

คนโบราณเล่ากันว่า ในต้นราชวงศ์ชิง (ราชวงศ์แมนจู) เมื่อยุคเฉียนหลงฮ่องเต้ ครั้งยังเป็น องค์ชายสี่ ขณะที่ตามองค์ฮ่องเต้เข้าป่าเพื่อล่าสัตว์ เกิดพลัดหลงกับขบวนของฮ่องเต้ ไปพบนักพรตท่านหนึ่ง ท่านได้นำปี่เซี๊ยะมาถวาย โดยกำชับว่าให้หมั่นดูแลทะนุถนอม ปี่เซี๊ยะจะคุ้มครองปกป้องภัยและส่งพลังให้ขึ้นสู่บัลลังก์ ซึ่งองค์ชายสี่ก็ปฏิบัติตาม จนได้ขึ้นครองราชย์ พระองค์จึงพระราชทานยศตำแหน่งแก่ปี่เซี๊ยะว่าเทียนลู่ (บารมีแห่งสวรรค์) และอยู่คู่เฉียนหลงฮ่องเต้ตลอดรัชสมัย 60 ปีที่ครองราชย์ ซึ่งนับว่าเป็นการขึ้นครองราชย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์จีน คนจีนเลยนับถือปี่เซี๊ยะตั้งแต่นั้นมา

ปี่เซี๊ยะโบราณหอชัยปรือประตูชัย
แต่เดิมปักกิ่งโบราณมีประตูโบราณ 9 แห่ง คือ 1) ประตูชัย 2) ประตูส่งพญาออกเมือง 3) ประตูส่งถ่านหิน 4) ประตูส่งเหล้า 5) ประตูส่งชา 6) ประตูส่งข้าวสาร 8) ประตูส่งไม้ 8) ประตูส่งน้ำ และ 9) ประตูผี

กล่าวว่า ประตูชัย เป็นประตูหางมังกร เป็นประตูสำหรับฮ่องเต้ส่งแม่ทัพออกรบทำศึก ที่นี่ถือว่ามีฮวงจุ้ยดีที่สุด ถ้าขึ้นไปบนป้อมแล้วมองไปด้านทิศใต้จะเป็นประตูเทียนอันเหมินที่ถือว่าเป็นส่วนของหัวมังกร ด้านทิศใต้ของหอชัยนี้รัฐบาลจีนอนุรักษ์หมู่บ้านโบราณไว้ ไม่มีการสร้างตึกที่สูง ซึ่งด้านทิศเหนือจะพบสิ่งก่อสร้างที่เป็นตึกสมัยใหม่เต็มไปหมด เช่น ตึกมังกร สนามรังนกของกีฬาโอลิมปิก



ณ ที่หอชัยแห่งนี้ มีปี่เซี๊ยะโบราณอายุกว่า 800 ปี สลักจากหยกขาว สร้างสมัยต้นราชวงศ์หมิง เป็นปี่เซี๊ยะสำหรับฮ่องเต้ และจะนำมาไว้ที่นี่ขณะที่แม่ทัพไปออกศึก แต่เมื่อเปลี่ยนการปกครอง ปี่เซี๊ยะก็เลยอยู่ที่นี่ตลอด ไม่ได้กลับไปพระราชวังโบราณอีกเลย ปี่เซี๊ยะตัวนี้ถือเป็นปี่เซี๊ยะที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศจีน

กล่าวว่า ปี่เซี๊ยะที่จะช่วยปรับฮวงจุ้ยได้ต้องแกะสลักจากหยกเท่านั้น ถ้าเป็นหินทั่วไป ทองเหลือง หรือเรซิน จะไม่มีพลัง ไม่มีอิทธิฤทธิ์ เป็นได้แค่ของประดับตกแต่งเท่านั้น

หยกสีต่าง ๆ ก็มีความหมายคุณสมบัติและพลังที่ต่างกัน แต่ทุกสีให้ “ความร่ำรวยมั่งมีเงินทองเหมือนกัน” คุณภาพหยกเป็นสิ่งกำหนดราคา ในตู้โชว์ของหอชัย จะแบ่งตู้แสดงไว้เป็น 3 กลุ่ม 3 เกรดอย่างชัดเจน เช่น ปี่เซี๊ยะแบบห้อยพกพาติดตัว เป็นหยกสีเขียวเนื้อดีราคา 480 หยวน ส่วนเนื้อด้อยลงมาจะมีราคาที่ 250 หยวน เป็นต้น

ดังนี้
สีดำ เพื่อเงินทองอย่างเดียว ที่นำไปบูชาที่แหล่งกาสิโน หมายถึง ได้ประตูเดียวไม่มีเสีย
สีเขียวเข้ม ค้าขายร่ำรวย ยิ่งสีเข้มยิ่งดี แต่อย่าให้ดำสนิท
สีเขียวอ่อน ส่งเสริมสุขภาพ ความสุข
สีขาว สำหรับข้าราชการ
สีม่วง สำหรับนักลงทุนเล่นหุ้น
สีชมพู ช่วยให้สามัคคี มีเพื่อนสำหรับการธนาคาร

ปี่เซี๊ยะ ที่บูชาจากหอชัยจะมีตรารับรองสลักคำว่า "หยวิน" ที่ท้องทุกตัว

ตามหลักฮวงจุ้ยจีนอธิบายจุดเด่นของปี่เซี๊ยะ ไว้ว่า

ต้องมีลักษณะเป็น หัวมังกร เท้าสิงโต ลำตัวกวาง ปีกนกอินทรีและหางแมว อกใหญ่ผึ่งผาย ก้นใหญ่(เก็บทรัพย์ได้มาก) ปากต้องกว้าง แลบลิ้น (อ้าปากดูดทรัพย์ ลิ้นตวัดเงินทอง) ไม่มีรูทวาร (กักทรัพย์) หน้าตาดุร้ายน่าเกรงขาม(ขับสิ่งอัปมงคลออกไป)

ลักษณะปี่เซียะที่ดี 3 อย่าง คือ

1) ตาดุ แสดงอำนาจคนอื่นสู้เราไม่ได้

2) ปากกว้าง เพื่อกินได้เยอะ

3) ก้นใหญ่ เพื่อเก็บเงินทองได้มากๆ


การทำพิธีบูชาก่อนนำเข้าบ้านหรือนำติดตัวคือ

1. อาบน้ำให้ปี่เซี๊ยะด้วยน้ำเปล่า
2. เช็ดให้แห้งด้วยผ้าใหม่(ไม่เคยใช้มาก่อน)
3. นำไปตากแดดครึ่งชั่วโมง(รับพลังจากดวงอาทิตย์)
4. ถ้าเป็นแบบพกติดตัว ก็นำมาติดตัวได้เลย แต่ถ้าเป็นแบบตั้งพื้นในบ้านหรือที่ทำงาน ก่อนนำเข้าบ้านให้ใช้ผ้าแดงปิดตา หรือคลุมหน้าไว้ เมื่อนำมาตั้งที่จัดเตรียมไว้ (ต้องหันหน้าออกนอกบ้าน หันก้นเข้าในบ้าน ไว้ในห้องไหนก็ได้ยกเว้นห้องน้ำ) แล้วจึงเปิดตาออก ผ้าแดงไม่ต้องใช้ผ้าใหม่ก็ได้

ปี่เซี๊ยะ แบบพกพา ห้ามให้ใครจับ เพราะคนจับจะดูดทรัพย์เอาไปหมด วิธีแก้คือ ต้องนำปี่เซี๊ยะไปอาบน้ำแล้วเริ่มขั้นตอนที่ 1 ใหม่

5. ปี่เซี๊ยะสำหรับตั้งพื้นควรตั้งในที่ที่มีคนผ่านบ่อย ๆ ให้คนได้จับได้ลูบยิ่งดี ไม่ต้องหวงไว้ลูบคนเดียว ยิ่งลูบยิ่งดี ยิ่งดูดทรัพย์

ข้อห้ามสำหรับปีเซีย

1. ปี่เซี๊ยะเป็นสัตว์มงคลเฉพาะบุคคล เมื่อบูชาแล้วเป็นของคนนั้น ห้ามยกให้ใครเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นก็เหมือนว่าท่านยกโชคลาภให้คนอื่น
2. ระวังอย่าให้คนอื่นมาจับลูบคลำปี่เซี๊ยะของท่าน เนื่องจากลาภเคยได้จะถูกแบ่งออกไป
3. ห้ามเดินข้ามหรือวางไว้ที่ต่ำ หรือห้องเก็บของ ห้องน้ำ
4. ห้ามพกพาปี่เซี๊ยะไปงานศพ เพราะจะซึมซับพลังไม่ดี
5. ก่อนหรือหลังการเสี่ยงใดๆ ถ้ามีอาการเครียดหรือหงุดหงิดไม่สบาย ให้หยุดเสี่ยงโชคทันที เพราะท่านจะไม่มีโชค6. ห้ามลูบปากเพราะจะทำให้เก็บทรัพย์ไม่อยู่

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับรถเมืองไทยไม่ใส่ใจ ไม่ได้แล้ว

ขับรถเมืองไทยไม่ใส่ใจ ไม่ได้แล้ว...ว่ามั้ย? บ้านเรารถชุมมากกว่าที่คิดแล้ว แทบทุกบ้านนิยมมีรถและหลายคัน ถนนจึงเป็นที่รวมภัยจนกล...