วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ขับรถเมืองไทยไม่ใส่ใจ ไม่ได้แล้ว



ขับรถเมืองไทยไม่ใส่ใจ ไม่ได้แล้ว...ว่ามั้ย?
บ้านเรารถชุมมากกว่าที่คิดแล้ว แทบทุกบ้านนิยมมีรถและหลายคัน ถนนจึงเป็นที่รวมภัยจนกลายเป็นอุบัติเหตุเสียชีวิตบนท้องถนนติดอันดับโลก (Countries With The Highest Road Traffic Death Rate) อันดับสองของโลกที่อัตราการตายจำนวน ๓๘.๑ ต่อ ๑๐๐,๐๐๐ คน รองจากสาธารณรัฐโดมินิกัน (๔๑.๗)
รัฐบาลก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
ออกรณรงค์เพื่อสร้างจิตสำนึก ให้หน่วยงานดำเนินการ จงเห็นแต่ละหน่วยใช้กลวิธีต่างๆ เช่น เจ็ดวันอันตราย เขตห้ามตาย ฯลฯ แต่จะพบว่ายังมียอดการตายสูงอยู่เรื่องจากยังไม่สามารถแก้ปัญหาวินัยการจราจร การใช่รถ การเมาสุรา ไม่ได้ แม้จะใช้กำลังพลตั้งด่านกันทั่วประเทศก็ตาม
วินัยการใช้รถที่น่าห่วง
คือ วินัยที่มาจากผู้ขับขี่ ที่อาจคาดหวังว่าจะได้รับคำชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้องคือตำรวจ แต่จะพบว่าเข้าใจผิด เพราะเขาจะทำหน้าที่อย่างเอาจริงเอาจังกับผู้ที่ทำผิดกฎหมาย เช่นการไม่รัดเข็มขัด ป้ายภาษี ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรค สมุดคู่มือรถ การใช้โทรศัพท์ ฯลฯ จิปาถะ เมื่อโดนโบกให้จอด เขาเดินวนหนึ่งรอบอย่างน้อยต้องได้หนึ่งกระทงปรับ เขาจะเอากฎหมายมาเปรียบเทียบปรับอย่างเอาเป็นเอาตาย เขาจะไม่เสียเวลาเตือนเพราะไม่ได้ประโยชน์(ที่เป็นเงิน)และจะไม่แนะนำและเตือนถือว่าผู้ใช้รถรู้กฎหมายดีแล้ว นี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงต้องตั้งด่าน

บนท้องถนน
จะพบนักขับด้วยกันนี่แหละ ที่เป็นต้นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้ความความสูญเสียได้เช่นกัน สิ่งควรบอกเล่าต่อ และสรา้งความตระหนัก พอคิดได้ คือ
๑. การเปิดกระพริบไฟคู่
อันตรายมาก เพราะผู้ส่วนมากไม่เข้าใจว่าเป็นไฟให้ทางผู้อื่น มักเข้าใจว่าเป็นไฟผ่าหมากทางนี้เป็นของฉัน ที่สำคัญคือผู้อยู่ทางแยกจะไม่เห็นไปทุกดวงคิดว่าเป็นไฟเลี้ยวมาเส้นทางตน จึงมักเกิดอุบัติเหตุ
๒. การใช้ไฟกลางคืนขณะจอด
รถที่จอดสนิทที่ต้องลดเป็นไฟหรี่ทันที เพื่อให้ทางรถข้างหน้า ที่น่าห่วงคือการจอดอีกฟากถนน คือริมขวาของถนนที่เราใช้แล้วยังเปิดไฟสูง เป็นอันตรายมาก มีการเสียชีวิตมาเป็นจำนวนมากเพราะการหักรถเข้าเส้นทางผิดเพราะคิดว่าเป็นเส้นทางจราจร แล้วพลิกคว่ำ
๓. การขับจี้แล้วเปิดไฟไล่ให้ทาง
เป็นมารยาทที่ไม่ควรกระทำ มักจะไม่พบการกระทำในเขต กทม. แต่จะพบในต่างจังหวัด สิ่งที่ควรทำคือการรักษาเส้นทาง หากจะมีระยะพอก็เปลี่ยนเส้นทางเพื่อเดินหน้าแทนการไล่จี้
๔. รถชอบเบ่ง
ควรระวังพิเศษประจำ คือ รถ SUV รถสองตอน รองมาคือรถแคบ
ส่วนรถตู้ รถเก๋ง รถกระบะธรรมดา ดูมีมารยาทดี โดยเฉพาะรถสิบล้อเขามักให้ไฟให้ทางน่ารักดี อย่าลืมกดแตรขอบคุณพวกเขานะครับ กดสองครั้งคือ “ขอบคุณ” จะได้รับคำหนึ่งครั้งต่อวา “ครับ”

วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2558

การปฏิรูปการศึกษา

ประเด็นและข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปการศึกษา

           เคยปฏิบัติงานด้านการศึกษามาโดยตลอด เห็นว่าหากการจัดการศึกษาที่ถือเป็นการสืบทอดมรดกสังคม[1] ความรุ่งโรจน์และอัตลักษณ์ชาติ ความหลากหลายในจารีตวัฒนธรรมเป็นความงดงามของชุมชนโลก หลายชาติก็เป็นแบบอย่างที่ดี ด้วยความห่วงใย ปรารถนาอย่างน้อยได้เสนอวิธีคิดเพื่อการปฏิรูปการศึกษา น่าจะเป็นประโยชน์ บางประเด็นได้เคยเสนอต่อผู้ตรวจการกระทรวงศึกษาธิการแล้วคงเห็นว่าไม่สำคัญจึงไม่มีผลแต่อย่างใด เห็นว่าที่เป็นอยู่ ไม่อาจทันการเปลี่ยนแปลงที่รุกเข้ามาทุกวัน การปฏิรูปเป็นช่องเดียวที่เคยใช้ความพยายามมานานตั้งแต่ ปี ๒๕๑๘ น่าจะเกิดผล เพราะการสร้างท่อหรือลู่ที่ดีก็คงเป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว หาไม่คงต้องเตรียมตัวเป็นลูกไล่ของชาติมหาอำนาจที่คอยโอกาสอยู่ต่อไป
การนำเสนอ เป็นลักษณะเปิดต่อคณะกรรมการปฏิรูปและผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ รวมทั้งการนำขึ้นไว้ในเว็บบล็อกด้วย อาจนอกกรอบบ้าง ขอเป็นพลังคิดแสวงหาในสิ่งที่ดีน่าจะเป็นคุณต่อชาติ มีที่มาและที่ควรไป ดังนี้

หลักคิดและความจำเป็นการปฏิรูปการศึกษา
เห็นว่า การปฏิรูปเป็นช่องทางสำคัญ หากการจัดการศึกษามีเป้าหมายว่า:-
-          เป็นการสร้างชาติ สู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของชาติไทย
-          สร้างบุคลิกภาพ “คนไทย” เป็น พลเมืองไทยในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ที่กล้าหาญ สามัคคี สุขภาพดี มีวินัย เก่ง(คิด-ทำ)
-          เป็นการสืบทอดความมั่งคั่งประเพณีไทย อย่างแนวคิดของไอน์สไตน์[1] เพื่อความรุ่งโรจน์และสร้างอัตลักษณ์ชาติสู่ชุมชนโลก
-          เป็นการเตรียมคนพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงโลก เช่น กรณี Clean Disruption of Energy and Transportation (ของ Tony Seba) ที่เหลือเวลาอีกไม่นาน (2030)
เห็นว่า กระแสการเปลี่ยนแปลงทุกด้านรวดเร็วมาก การปฏิรูป การกำหนดยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี จึงเป็นการกำหนดลู่ สู่การก้าวทันโลกการเปลี่ยนแปลง หาไม่คงต้องเป็นลูกไล่ของชาติมหาอำนาจที่คอยโอกาส
๑. ปัจจัยต้นทุนที่สำคัญต่อการปฏิรูป
๑.๑ ที่ตั้งประเทศไทย
๑) ประเทศมีชัยภูมิที่ดีที่สุดทุกด้าน อาทิ ด้านเศรษฐกิจ การค้า การคมนาคมของโลก
๒) อุดมด้วยพืชพรรณ อยู่ในเขตภูมิอากาศเขตมรสุม ทรัพยากรธรรมชาติมีความสมบูรณ์และสวยงามมีความหลากหลายทางชีวภาพที่สามารถพัฒนาเป็นศูนย์อาหารและยาของโลก
๓) มีเอกลักษณ์ ด้วยธงไตรรงค์ที่มีความสง่างาม ภาษา ความหลากหลายทางกลุ่มสังคม ขนบประเพณี วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย
๑.๒ ปัญหาการศึกษา อย่างน้อย ได้แก่
๑) คุณภาพผู้เรียนจากการประเมิน ONET, PISA(OECD), TIMMS อยู่ในระดับควรพัฒนา
๒) คุณภาพครู และคุณภาพการบริหารจัดการ ที่อ่อนล้า มีสายการควบคุมที่ยาวไกล
๓) อัตรากำลังครู กำลังถูกเปลี่ยนจากการเกษียณอายุที่รุนแรงโดยเฉพาะในปี ๒๕๖๒
๔) จำนวนผู้เรียนลดลง โรงเรียนขนาดเล็กเพิ่มจำนวน
๕) หลักสูตรการจัดการเรียนรู้ ไม่อาจตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ
๖) โครงสร้างประชากรสู่สังคมผู้สูงอายุกระทบคุณภาพชีวิต และการพัฒนาฯลฯ
๒. แนวคิดเพื่อการปฏิรูป
แนวคิด ๗ ประเด็นและปัจจัยสนับสนุนดังนี้


ประเด็นหลัก
ข้อบ่งชี้ / รายละเอียด / เหตุผล

๑.สร้างวิสัยทัศน์การศึกษาชาติ
ปัจจัยต้นทุน และโอกาส

แนวทางนำเสนอ

ทบทวน วิสัยทัศน์การศึกษาชาติ
สร้างความเป็นผู้นำในชุมชนโลก ด้วยโอกาสได้เปรียบชาติใด อาทิ
-ด้านการค้า
-อุตสาหกรรม
-การเกษตรกรรม
-อาหาร
-เทคโนโลยี
-วัฒนธรรม
-การท่องเที่ยว- -
- .........
๑. ค่านิยมการศึกษาที่ผ่านมา
    การปลูกฝังเรียนเพื่อเป็นข้าราชการ เจ้าคน นายคน ทำให้มุ่งการเรียนวิชาสามัญแข่งขัน ทุจริตเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อปริญญาบัตรประเทศเต็มไปด้วยมหาวิทยาลัยและบัณฑิตซึ่งผลิตออกมานับหมื่นทุกปี เน้นจำนวนและมากกว่าคุณภาพ
๒.โอกาสประเทศ อาทิ
   ๑) ความเป็นศูนย์กลางโดยธรรมชาติ
ประเทศไทยตั้งอยู่ในชัยภูมิคลาสสิก (Classical Landform) หรือ ฮวงจุ้ยดีที่สุดของโลก เป็นศูนย์กลางโดยธรรมชาติ ระหว่างประเทศทางทิศตะวันออก ๓ ทวีป และตะวันตก ๒ ทวีป โดยไม่รวมเอเชียซึ่งมีหลายภูมิภาค (ตย.จีนถือว่า พระราชวังปักกิ่ง เป็นตำแหน่ง ฮวงจุ้ยดีที่สุดของจีน)
๒) ๒) อยู่ในเขตมรสุมภูมิอากาศ
มีความหลากหลายทางชีวภาพและพืชพรรณหลากชนิด เหมาะแก่การเป็นแหล่งอาหารและยาแก่โลก
๓) ๓) เป็นแหล่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ด้วยชาติพันธุ์ประเพณีและวัฒนธรรม อันเป็นเป็นความงดงามในมรดกที่สืบทอดมา







๑.       การศึกษาเพื่อสร้างพลเมืองดีเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน-สร้างชาติ สร้างงาน  สร้างอาชีพ
   - แก้ปัญหาการผลิตบัณฑิตล้นตลาด การลงทุนของระดับครอบครัว (ตย.เยอรมนี -มีงานรองรับในระดับอาชีวะ)
   - โอกาสการมีครอบครัวในวัยเจริญพันธุ์
๒.      พลเมืองของชาติ ได้รับการดูแลตั้งแต่ในครรภ์ กำหนดเกณฑ์อายุเกณฑ์ให้เป็นสมบัติของรัฐที่ต้องอบรมเป็นพลเมือง
ด้วยการศึกษาภาคบังคับที่อย่างเข้มข้นฝึกฝนให้เป็นพลเมืองที่ดีคนไทยเป็นพลเมืองที่กล้าหาญ สู้คิดสู่ทำ เป็นผู้นำ ใฝ่เรียนรู้ สู้ชีวิต มีคุณธรรม (ตย.กรีชโบราณ)

๒. แผนและพรบ.การศึกษาแห่งชาติ
ปัจจัยบ่งชีและความเสี่ยง

แนวทางนำเสนอ

- มาตรฐานการศึกษา
- ระดับการศึกษา
๑) การเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและพลังงาน ที่อนาคตอันใกล้จาก Glass Technology-2025, Disruptive Technology - 2030 (Tony Seba)
๒) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร การให้ความสำคัญวัยเจริญพันธุ์ต่อการผลิตประชากรที่มีคุณภาพ
๓) การลงทุนทางการศึกษาที่สูงของครัวเรือน การแข่งขันเพื่อจบอุดมศึกษา เกิดธุรกิจการศึกษา มุ่งระดับปริญญา แต่ยอมทำงานในระดับวุฒิที่ต่ำกว่า
   ๑) มาตรฐานการศึกษา
มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ วิสัยทัศน์ชาติ
   ๒) ระดับการศึกษา
   ระดับชั้นเรียนควรเรียกเป็นระดับ (level 1,2,311/12 ) แทนคำว่า ประถมและมัธยมซึ่งเป็นการแบ่งแยกและตั้งองค์กรใหม่ดูแล
  - อาจมีช่วงชั้นตามวัย และความเสี่ยงเพื่อเฝ้าระวังและปลูกฝังเป็นพลเมืองคุณภาพและมีทักษะชีวิตที่พึงประสงค์
   ๓) การศึกษาภาคบังคับ
   มีระยะเวลาเหมาะสมกับจิตวิทยาพัฒนาการ  และมีคุณภาพและมาตรฐาน พร้อมเป็นพลเมืองที่ดี มีทักษะการคิดริเริ่ม สร้างงานและเป็นแรงงานคุณภาพ
๓. ปีการศึกษาและปีงบประมาณ
ปัจจัยบ่งชีและความเสี่ยง
แนวทางนำเสนอ

- ควรเป็นปีเดียวกัน

  งบประมาณ เป็นปัญหาคลาสสิก
  - ปีงบประมาณของรัฐและปีการศึกษาขาดความสอดคล้องในทุกระดับ โดยแทบไม่พบผลกระทบระดับนโยบาย (รวมทั้งระดับส่งผ่าน) ดูไม่สำคัญ แต่กระทบในระดับสถานศึกษาเป็นอย่างมาก ที่ไม่อาจวางแผนพัฒนาการสถานศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ
๑)        ข้อเท็จจริงระดับสถานศึกษาปัจจุบัน
    - เปิดรับนักเรียนเดือนเมษายน
    - เปิดเรียนในเดือนพฤษภาคม
    - ส่งข้อมูลนักเรียนเดือนมิถุนายน
    - อนุมัติงบประมาณในเดือนตุลาคม
    - ได้รับการจัดสรรเงินอย่างเร็วคือ เดือนธันวาคม ที่ช้าถึง ๘ เดือนของการเปิดเรียน บางรายการช้าเกือบชนปีงบประมาณใหม่ และ ส่อปัญหาการทุจริตจากความการเร่งรีบ
    ๑) กำหนดปีงบประมาณและปีการศึกษา เป็นปีที่สอดคลองกัน
สอดคล้องกันและสัมพันธ์กับฤดูการผลผลิตของภูมิภาคมรสุม เนื่องจากปัจจุบันห่างกันถึง ๘ เดือน กระทบการวางแผนและการกำกับ
    ๒) กำหนดรอบปีการศึกษาที่ชัดเจน
   รอบปีเพื่อการบริหาร คือวันเริ่มต้นและสิ้นสุดไม่ชัดเจน (มักเข้าใจว่าวันเปิดเรียน ๑๖ พฤษภาคม เป็นวันเริ่มต้นปีการศึกษา)
   จึงควรกำหนดให้ขัดเจน สอดคล้องกับปีงบประมาณ เพื่อให้เอื้อต่อ - การกำหนดวาระ (Agenda) / ปฏิทิน (Calendar) / การวางแผนทั้ง แผนกลยุทธ์ (Strategic Plan) และ แผนปฏิบัติการ (Action Plan) ของสถานศึกษา
๔. โครงสร้างการบริหารจัดการ
ปัจจัยบ่งชีและความเสี่ยง

แนวทางนำเสนอ

๔.๑ ระดับส่วนกลาง
การจัดองค์กรที่ขาดเอกภาพ (Unity)
ปลัดกระทรวงไม่อาจควบคุม กำกับ ดูแลขับเคลื่อน ให้เป็นไปตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์กระทรวงอย่างเป็นระบบคุณภาพเนื่องจากมีตำแหน่งเป็นอิสระเทียบเท่าที่ขึ้นตรงต่อรัฐมนตรี เป็นความเสี่ยงทั้งต้นทุน ทรัพยากร และคุณภาพ
  จัดโครงสร้างการบริหารของกระทรวง แบบ Single Command
     สอดคล้องกับทฤษฎีองค์การ (Org. Theory) ภารกิจขององค์กรส่วนกลางคือ
     - การกำกับนโยบาย
     - การจัดสรรงบประมาณและ
     - การประเมินคุณภาพเป็นสำคัญ

๔.๒ ระดับส่งผ่าน/ดูแลกำกับ (Intermediate Office)
ควรจัด
- เขตหรือภาคการศึกษา
- ระดับจังหวัดมีหน่วยงานเดียว
- มีคณะกรรมการดูแลการศึกษา

ขาดเอกภาพ
มีหน่วยงานที่เป็นตัวแทนกระทรวงหลายองค์กร ต่างคนต่างทำ ต่างสายการบังคับบัญชา ขาดความสอดคล้อง (อาทิ การประถมศึกษา / การมัธยมศึกษา / การศึกษาเอกชน / การอาชีวศึกษา / การศึกษานอกโรงเรียน / การศึกษาพิเศษ ฯลฯ )

   หน่วยงานการศึกษาประจำภาคหรือจังหวัด เพียงองค์กรเดียว
   ใช้คณะบุคคลจากภาคีและหลักธรรมบาลในการบริหารจัดหาร และกำหนดนโยบายการศึกษาของจังหวัด
  ทำหน้าที่
    - การกำกับติดตามด้านนโยบายและ ยุทธศาสตร์
    - ประเมินคุณภาพการศึกษาของหน่วยปฏิบัติ
    - วิจัยและพัฒนา
๔.๓ ระดับสถานศึกษา
ประสิทธิภาพการบริหารจัดการ
- มีระบบการกำกับดูแลทรัพยากรการบริหาร (งบประมาณ บุคลากร) ที่ยาวไกล
- ระบบนิเทศภายใน การพัฒนาตนเอง ควรได้รับการกระตุ้นเร่งเร้า อาทิทักษะและผลงานครูมืออาชีพตลอดจน ผลงานวิจัยและพัฒนารูปแบบการเรียนรู้
- คณะกรรมการสถานศึกษา ด้อยบทบาทในการกำกับดูแลคุณภาพการบริหารจัดการ 
   ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสีย รวมทั้งครูผู้สอนด้อยความเชื่อถือและเชื่อมั่น จึงมักส่งเด็กเดินทางไปเรียนนอกที่พบเห็นได้ทั่วประเทศ ถือเป็นการลงทุนระดับครัวเรือน เป็นความเสี่ยงทั้งผลตอบแทนและอุบัติเหตุ
  ๑) โรงเรียนเป็นของรัฐและเป็นนิติบุคคล
     บริหารจัดการศึกษาคุณภาพให้เขตบริการ ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ตามนโยบายรัฐ     
  ๒) มีคณะผู้ดูแล จากผู้มีส่วนได้เสียและภาคีชุมชน
     ควรเป็นลักษณะ คณะผู้จัดการ (Trustee) แทนชื่อคำว่า คณะกรรมการ (Committee) ที่สามารถ(ร่วม)ดูแล ช่วยเหลือ สรรหาผู้บริหาร-ครู (ใช้ในนิวซีแลนด์)
   ๓) สามารถจัดการศึกษาภาคบังคับแก่ชุมชนได้ทุกแห่ง (ปัจจุบันภาคบังคับ ๙ ปี เด็กจบชั้นประถม ๖ ปีแล้วต้องหาที่เรียนใหม่)
๕. หลักสูตร
ปัจจัยบ่งชีและความเสี่ยง
แนวทางนำเสนอ
๕.๑ หลักสูตรกลาง

ควรสอดคล้องกับ ...
- สากล
- ยุทธศาสตร์ชาติ
- จิตวิทยาพัฒนาการ
   ๑) หลักสูตรกลุ่มสาระ มีรายละเอียด และมาตรฐานอย่างละเอียดมาก
  - สร้างปัญหาการบริหารจัดการหลักสูตร
  - ครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้เฉพาะอย่างยิ่งในชั้นประถมศึกษา
   ๒) หลักสูตรใช้ห้องเรียนเป็นหลักเน้นวิชาการ ไม่อาจสอดคล้องกับพัฒนาสมอง แรงขับ ชีวิตและเศรษฐกิจฐานรากของชาติ ไม่อาจเข้าถึงยุทธศาสตร์ชาติได้
    ๓) เด็กด้อยคุณภาพด้านการอ่านเขียน การคิดวิเคราะห์ ไม่อาจเข้าใจประเด็นปัญหาจากการทดสอบมาตรฐานชาติและนานาชาติ ที่พบการแก้ปัญหาโดยการจัดติวข้อสอบ
  หลักสูตรกลาง
   ๑) หลอมรวมหลักสูตรที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ กรอบกว้าง กระชับ มีรายละเอียดตามสถานศึกษาและท้องถิ่นกำหนด
   ๒) สอดคล้องจิตวิทยาพัฒนาการ
   - ระดับต้น ใช้หลักสูตรบูรณาการ มากกว่าการแยกสาระ เหมาะกับจำนวนครูเน้นทักษะพื้นฐานการอ่าน เขียน คิด และพัฒนาบุคลิกภาพ
   - การเรียนรู้แบบแยกสาระ ในวัยที่สูงขึ้นอายุ 9 ปีขึ้นไป ที่เป็นวัยเริ่มค้นหาศักยภาพและทักษะชีวิตตน
๕. หลักสูตร
ปัจจัยบ่งชีและความเสี่ยง
แนวทางนำเสนอ
๕.๒หลักสูตรสถานศึกษา
- ยึดกรอบหลักสูตรกลาง
- สามารถปฏิบัติได้
- เหมาะสมกับการจัดการเรียนรู้
  - หลักสูตรที่จัดเป็น 8 กลุ่มสาระตามแนวของหลักสูตรกลาง สร้างปัญหาในการจัดครูเข้ากลุ่มสาระ ตั้งแต่โรงเรียนขนาดกลางลงไปจนถึงโรงเรียนเล็กที่เพิ่มจำนวนทุกปี
  - บุคลากรในโรงเรียนระดับประถม ไม่อาจใช้ศักยภาพที่มีอยู่ปฏิบัติหน้าที่ครบ มีคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาได้ 
- โรงเรียนด้อยคุณภาพขาดความเชื่อถือเชื่อมั่นต้องไปเรียนที่อื่น (รวมทั้งบุตรของครู)
    หลักสูตรสถานศึกษา
   เป็นหลักสูตรที่สนองจิตวิทยาพัฒนาการ ด้านสมองซีกซ้าย ซีกขวา บุคลิกภาพ วัยเพศ และทักษะชีวิต ครบถ้วนทั้งศาสตร์และศิลป์
    จุดเน้นหลักสูตร
  ๑)  ระดับต้นอายุ ๗ – ๙ (ปีที่ ๑ – ๓)  
    เน้นทักษะด้านภาษา ทักษะการคิด การวิเคราะห์และการสื่อสาร ในภาคเช้า ­­
การปฏิบัติกิจกรรมภาคสนามในภาคบ่าย พัฒนาบุคลิกภาพ กายภาพ ความแข็งแรง ทักษะกล้ามเนื้อ ฝึกสมรรถนะที่ถูกวิธี
   ๒)  ในระดับที่ 4 (อายุ ๑๐ ปี)
    เน้นพัฒนาทักษะความสามารถเฉพาะตัว  ความถนัด การเสาะแสวงหา ใฝ่บันทึก ใฝ่เรียนรู้ การฝึกทดลอง การค้นคว้า ฝึกฝนทักษะอาชีพและพัฒนาคุณสมบัติที่พึงประสงค์ เน้นการประกอบอาชีพ และสร้างงานได้

๖. การนำระบบคุณภาพสู่ปฏิบัติงานระดับ
ปัจจัยบ่งชีและความเสี่ยง

แนวทางนำเสนอ
นำ “ศาสตร์พระราชา
- เป็นระบบคุณภาพหลักของชาติ สามารถสร้างนวัตกรรมได้ทุกระบบงาน
 - การปฏิบัติงานที่ล่าช้า รอการสั่งการตามสายงาน มีขั้นตอนมาก อิงระบบราชการ กรอบ กฎ มาก จนขาดทักษะในการคิดนอกกรอบ
 - เปิดโอกาสการแสวงประโยชน์และอำนาจที่มักได้มาจากฝ่ายการเมือง เกิดระบบรวน และปล่อยเกียร์ว่าง ด้อยผลงานจากการคิดริเริ่ม ด้อยคุณภาพ
  ๑) นำระบบคุณภาพด้วย ศาสตร์พระราชา  ทุกระดับงาน
   เมื่อ 
  เข้าใจ – เข้าใจตน คน และงาน
  เข้าถึง – องค์ความรู้ หลักคิด ทฤษฎีต่างๆ
  พัฒนา - ต่อยอดได้องค์ความรู้ใหม่ (๔.๐)
  ๒) สนับสนุนด้วยวงจรคุณภาพสากล    (Deming / PDCA – Model)
๒)       ๓) ประเมินผลระบบจากนวัตกรรม (ไทยแลนด์ ๔.๐)
๗. ผู้บริหารโรงเรียนและครู
ปัจจัยบ่งชีและความเสี่ยง

แนวทางนำเสนอ
- ผู้บริหารและครูเป็นมืออาชีพ

-  การถูกคัดเลือก โดยผู้มีส่วนได้เสียไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
- ถูกควบคุมและครอบงำจากฝ่ายการเมือง


 ๑) ผู้บริหาร
   - เน้นมืออาชีพอย่างแท้จริง มีวิสัยทัศน์ และมีผลงานตาม MOU
   - ควรเป็น ครูใหญ่ (Master / Principal)มากกว่าผู้อำนวยการ (Director) เหมาะกับคำว่า School
  ๒) ครู
   - เป็นครูมีทักษะความสามารถ มีมาตรฐาน
   - ทุกโรงเรียนมีพร้อมทั้งครูศาสตร์ และครูศิลป์ พัฒนาการสมองซีกซ้าย-ขวา และบุคลิกภาพอย่างมีคุณภาพ
   - ปราชญ์ ผู้นำศาสนา ศิลปิน ผู้ทรงคุณธรรมจากชุมชนได้มีบทบาทเป็นครูพ่อครูแม่กล่อมเกลาเยาวชน
   - การเลือกจากคนเก่งมีความสามารถก่อนแล้วเรียนรู้ผ่านวิชาชีพครูภายหลัง
   - มีองค์กร (อาทิ คุรุสภา) ดูแลสวัสดิการครูทุกคนตลอดชีวิต (กองทุนเลี้ยงชีพ)



[1]...The school has always been the most important means of transferring the wealth of tradition from one generation to the next…Albert Einstein. Out of My Later Years : Idias and Openions P.60 (https://namnews.files.wordpress.com/2012/04/29289146-ideas-and-opinions-by-albert-einstein.pdf) 


ขับรถเมืองไทยไม่ใส่ใจ ไม่ได้แล้ว

ขับรถเมืองไทยไม่ใส่ใจ ไม่ได้แล้ว...ว่ามั้ย? บ้านเรารถชุมมากกว่าที่คิดแล้ว แทบทุกบ้านนิยมมีรถและหลายคัน ถนนจึงเป็นที่รวมภัยจนกล...