วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2553

บักหิน มนุษย์นิรนามยุค 3G ทรหด ทนทาน ด้านโรค

บักหิน

เป็นชื่อที่ผู้เขียนตั้งเองเพื่อสื่อกับผู้อ่าน เป็นมนุษย์ตัวเป็นๆ ที่อยู่อย่างไม่เหมือนมนุษย์ปกติเขา เคยเห็นเขาครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๓๙ ตอนนั้นได้ไปเป็นศึกษาธิการอำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เห็นเขาเดินไปขอซื้อทินเนอร์ขวดใหญ่ที่ร้านตัดกระจกในเขตเทศบาลเมืองนครพนม เจ้าของร้านบอกว่าเขาซื้อแล้วจะนำไปดมและหมดไปในเวลาไม่นาน แล้วจะเวียนมาซื้ออีกบ่อยครั้ง เขาจะขอเงินเพื่อซื้อทินเนอร์มาดม ส่วนอาหารก็ค้นเอาจากถังขยะซึ่งมีอยู่ในถนนทุกสายทั่วเมืองและจากผู้มีจิตเมตตาโดยไม่ต้องซื้อ เขามีกางเกงก้นขาด เสื้อขาดวิ่น ผมเป็นก้อนเป็นแพยาวปะบ่าย้อยลงมา หากจะดึงออกมาจะยาวเป็นเมตร สะพายถุงผ้าเก่า ๆ เดินไปท่ามกล่างเสียงเห่าของสุนัข เขาก็จะหันหลังกลับไล่บ้างอย่างไม่แยแสนัก

หลังจากนั้น ก็พบเขาวนเวียนอยู่ที่ธาตุพนมระหว่างงานไหว้ธาตุพนมอยูพักหนึ่ง ต่อมาจะเห็นเขาเดินตามถนนสายธาตุ-นครพนมนานหลายเดือนจนชินตาอยู่จนคิดว่าเขาเป็คนแถวนั้น หลังนั้นมาก็หายไป จนเกือบลืมก็พบเขาเดินบนถนนสายธาตุพนม-สกลนคร และจะพบเขากลับไปนครพนมและธาตุพนมอีกแล้วก็หายไปอีก จนคิดว่าเขาจากโลกนี้ไปแล้ว

สุดท้าย ผู้เขียนได้มาปฏบัติงานที่อำเภอสว่างแดนดิน ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ก็เห็นเขาปักหลักอยู่ที่อำเภอพังโคน เขาแบกถุงผ้าเดินค้นหาอาหารตามถังขยะเช่นเดิม และเห็นไปขอซื้อน้ำมันเบนซินซูปเปอร์ไปดมข้างปั้ม ปตท.บ้านนาเหมืองคิดว่าน่าจะใข้แทนทินเนอร์ ดูรูปร่างแล้วก็เห็นอย่างนี้มาตั้งแต่เห็นครั้งแรก กางเกงขาดจนเห็นก้น รองเท้าแหว่ง เสื้อขาดรุ่งริ่ง ผมเป็นแพซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับคนที่ดมกาวที่เคยเห็นที่อำเภอธาตุพนมที่มีอยู่หลายคนและเขาเหล่านั้นก็เสียชีวิตหมดแล้ว
ช่างมี ช่างตัดผมเล่าว่า เดิมเขามีอาชีพถีบสามล้อที่ทารถพังโคนแล้วเลิกไปเพราะติดกาว เดิมไม่ทราบว่ามาจากไหนแต่เคยอยู่ที่บ้านนาเหมือง ใกล้กับสี่แยกพังโคน สกลนคร


อาหารจากถังขยะ กินทุกอย่างที่พบ ร่างกายน่าจะทนทานด้วยภูมิคุ้นกันที่ดีมาก จนไมเห็นอาการเจ็บป่วย




สภาพที่เคยเห็นแต่แรกเป็นอย่างไร ทุกวันนี้ก็เหมือนเดิม จากสภาพที่เป็นอยู่จะไม่มีใครสนใจ โดดเดี่ยว ไร้ญาติ ทนทานทรหดอย่างนี้
คำถามที่หลายท่านอาจตั้งคำถาม อาจตรงกัน คือ
1. เขาดำรงชีวิตอย่างที่เป็นอยู่นี้ได้อย่างไร อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เขาอยู่รอดมาได้ ทนทานไม่เจ็บป่วย
2. ทางการ ได้แก่ ตำรวจ อำเภอ หมู่บ้าน ต่างก็มีหน้าที่ดูแลมนุษย์ที่เป็นราษฎร ทำไมจึงละเลยไม่ดูแลแยแส เพราะคนพวกนี้อาจกระทำในสิ่งไม่พึงประสงค์ และพบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นพบเห็นได้ทั่วไป
3. การแพทย์น่าจะศึกษาลักษณะพิเศษ ภูมิต้านทาน และร่างกายเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และการบำบัดโรคที่มีอยู่ในตัวเป็นกรณีศึกษา โดยอาจจัะพบฮอร์ดมน หรือสารบางชนิดที่เป็นปรธโยชน์และโทษ

เจตนาก็เล่าสิ่งที่เห็น
เพราะถือว่า เขาเป็นมนุษย์ตัวเป็นๆคนหนึ่งที่เรียกได้ว่า ทรหด ทนทาน ด้านโรค เหนือมนุษย์จริง ๆ
...

ไม่มีความคิดเห็น:

สังคม ภูมิพันธ์ุ ดร.จิ๊กโก๋

สังคม ภูมิพันธ์_ ดร.โก๋ รู้สึกอาลัยเพื่อน จิ๊กโก๋ ที่เราเรียกติดปากสมัยเรียน ป.กศ.ที่วิทยาลัยครูมหาสารคามเมื่อครั้ง พ.ศ.๒๕๐๙ ชื่อเล่นจ...